ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

Grammar: talking about age



ในภาษาอังกฤษเรามีวิธีพูดเกี่ยวกับอายุหลายวิธี วิธีที่เราเห็นบ่อยๆคือ

-  be followed by a number, and sometimes years old after the number. 
- คือเราใช้ตัวเลขหลัง v. to be หรือบางครั้งใส่คำว่า years old หลังจากตัวเลข

เช่น
เวลาเราเจอคำถามที่ว่า How old are you? เราสามารถตอบได้ 2 แบบหลักๆ คือ I am 20. รูปแบบนี้ดูเหมือนจะสั้นและเข้าใจง่ายดี เป็นการใส่ตัวเลขคือ 20 หลัง v. to be คือ am ซึ่งในหลักไวยากรณ์ยังสามารถที่จะใส่คำว่า years old หลังตัวเลขได้ด้วย มันจะช่วยให้ชัดขึ้น จึงเป็น I am 20 years old. กลายเป็นรูปแบบที่สอง 

ในกรณีที่ผู้ถาม ถามอายุเพื่อนเราอีกคนหนึ่ง ซึ่งเราไม่มั่นใจว่าเขาอายุ 20 หรือ 21 แต่เราคิดว่าเขาน่าจะประมาณ 21 เราสามารถใช้คำจำพวก about / approximately /over / under / above / below เพื่อบอกอายุแบบประมาณเอา ภาษาอังใช้คำว่า Talking about approximate age เช่น

ผู้ถามถามว่า How old is he?

เราตอบว่า He is about 21. หรือ He is about 21 years old. หรือ He is about twenty-one years old. หรือ He is about twenty-one. สังเกตว่าผมเลือกใช้คำว่า about เข้ามาใส่หลัง v. to be เพื่อแสดงความไม่แน่ใจ และเป็นการเซฟคำพูดของเราด้วย เพราะแทนที่เราจะบอกตรงๆไปโดยที่เราไม่เเน่ใจนั้น มันเสี่ยง เช่นถ้าเราบอกว่า He is 21 years old. แบบนี้เเสดงว่าเรามั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ว่า เขาอายุ 21 ปี แต่ถ้าคนที่ถามเราไปรู้ที่หลังว่า เขาอายุ 20 ปี ย่าง 21 แต่ยังไม่ 21 ปีที เราก็อาจจะเสียหน้าเล็กน้อยได้ ดังนั้นการที่เราบอกว่า He is about 21. นั้นย่อมเสียหน้าน้อยกว่า และช่วยเซฟคำพูดเราด้วยกรณีที่เราไม่มั่นใจว่าเขาอายุเท่าไหร่ 

อีกรูปแบบหนึ่งที่เป็นทางการน้อยลงไปคือ ใช้ of (less commonly aged) and a number after a noun. คือการใช้ of หลังนาม และใส่ตัวเลขหลัง of เช่น 

My dog plays with a child of six

อีกรูปแบบหนึ่งที่เป็นทางการน้อยกว่าการใช้ of คือคำว่า aged เช่น

She has two little children aged about nine and eleven. aged ในที่นี้ทำหน้าที่คล้ายกับ ed-participle หรืออาจจะเรียกว่า ed-adjective ก็ได้เพราะทำหน้าช่วยเติมเต็มหรือเพิ่มข้อมูลคำว่า two little children ให้ชัดมากขึ้นว่า ลูกของเธอสองคนนี้มีอายุประมาณเท่าไหร่

ในขณะเดียวกันอายุยังอยู่ในรูปแบบของ compound adjective ได้อีกด้วย โดยอาศัย Hyphen มาช่วยสร้างคำ เช่น Twenty-one-year-old หรือ 21-year-old เป็นรูป compound adjective เหตุผลที่ไม่เรียกว่า adjective เฉยๆก็เพราะว่ามันไม่ได้เป็นรูปคุณศัพท์โดดๆเหมือนกับ good / bad / pretty แต่มันเป็นคุณศัพท์ผสมมากกว่า 1 คำ มันจึงเป็น compound เลยเรียกว่า compound adjective นั้นเอง 
ตัวอย่างเช่น

He is a twenty-one-year-old student. ตำแหน่งของมันคืออยู่หลัง Linking verb (is) และหลัง Article หรือจะเรียกรวมๆว่า determiner ก็ได้ และอยู่หน้าคำนาม ซึ่งในรูปของ compound adjective ถ้ามันอยู่หลัง Linking verb โดยที่ไม่มี Determiner และคำนาม มันจะไม่สามารถใช้เป็นลักษณะ Compound adjective ได้ ต้องตัดเครื่องหมาย Hyphen ออก เช่น He is twenty-one years old. แต่ไม่ใช่ He is Twenty-one-year-old. แบบนี้ครับ
ในประโยคตัวอย่างด้านล่างนี้ เรายังสามารถแทรกคำคุณศัพท์เข้าไปได้อีกด้วยเพื่อความชัดเจนมากขึ้น He is a twenty-one-year-old student.

แทรกคุณศัพท์เข้าไปได้เช่น 
He is a good twenty-one-year-old student. good เป็นคุณศัพท์ แทรกเข้าไปเพื่อว่าเก่ง ดี เลิศ 

มากไปกว่านั้นยังทำให้มันเป็น compound noun ได้ด้วย เช่น

All the six-year-olds are taught by one teacher. สังเกตว่ามันมีหน้าตาคล้ายกับ Compound adjective เลยแต่ในกรณีนี้เราใช้มันเป็นลักษณะคำนามผสมเรียกว่า compound noun มันเลยสามารถทำหน้าที่เหมือนคำนามทั่วไปได้ปกติ เช่นประโยคด้านบน คำว่า six-year-olds ในที่นี้เป็นคำนามสื่อถึงเด็กอายุ6ขวบหลายคนและเป็นลักษณะเจาะจงกลุ่มคนเพราะใช้ definite article คือ the และเราจะเห็นว่ามันจะเติม -s หลังคำว่า old ด้วย แปลว่า เด็กอายุ6ขวบทั้งหมด(เหล่านี้/นั้น)ถูกอบรมสั่งสอนโดยคุณครูคนเดียว

ยังไม่จบง่ายๆครับ

ยังมีรูปแบบอื่นๆอีก อย่างเช่น เมื่อเราต้องการจะบอกอายุของคนๆหนึ่งในลักษณะประมาณการเอาแบบคร่าวๆว่า เขาอยู่ในช่วงอายุประมาณไหน ระหว่างเท่าไหร่ถึงเท่าไหร่ เรามีวิธีการบอกดังนี้ คือ

เราจะใช้ in ตามด้วย possessive adjective (หรือบางตำราเรียกว่า possessive determiner ก็ได้ถูกทั้งสองแบบ)  และตามด้วยคำนามที่อยู่ในรูปพหูพจน์เป็นการบอกถึงช่วงระยะอายุของบุคคลคนนั้น เช่นช่วงระยะ 60 แต่ไม่เกิน 70 ปี เช่น sixties / teens / twenties ตัวอย่างเช่น

... in บวกกับ possessive adjective บวกกับ ช่วงอายุในรูปคำนามพหูพจน์ เช่น He is in his sixties. ประโยคนี้เป็นการบอกช่วงอายุแบบประมาณเอาว่า เขามีอายุอยู่ในช่วงระหว่าง 60-69 ปี 

I first met her when she was in her teens. คำว่า teens คำนี้ก็หมายถึงอายุระหว่าง 13 - 19 ปี ดังนั้นประโยคนี้บอกว่า ผมเจอเธอครั้งแรกตอนเธอมีอายุระหว่าง 13-19 ปี แสดงว่าคนพูดไม่รู้อายุของผู้หญิงที่ชัดเจน เลยพูดในลักษณะประมาณเอาว่าน่าจะอยู่ในช่วงอายุระหว่างเท่าไหร่ แต่รู้แน่ๆว่าช่วงวัยรุ่น เลยใช้คำว่า teens 

เรายังสามารถแทรกคำจำพวก early / middle / late หลัง possessive adjective ได้เพื่อบอกให้รู้ว่า เขาอยู่ในช่วงอายุ 60 ต้นๆ หรือ 60 กลางๆ หรือ 60 ปลายๆ เช่น

He is in his early sixties. 
He is in his middle sixties.
He is in his late sixties.

เป็นต้น


มากไปกว่านั้น ยังสามารถใช้คำว่า over และ under ตามด้วยตัวเลขอายุได้เช่น

He is over 60 (years old). เขาอายุมากกว่า 60 แต่ไม่เกิน 69 ปี
He is under 60 (years old). เขาอายุต่ำกว่า 60 แต่ไม่น้อยกว่า 50 ปี


หรือในอีกแบบหนึ่งสามารถใช้ above และ below ได้ ส่วนใหญ่จะตามด้วย ... the age of ...(ใส่อายุ)....

เช่น 

He is below the age of 60. เขาอายุต่ำกว่า 60 แต่ไม่น้อยกว่า 50 ปี
He is above the age of 60. เขาอายุมากกว่า 60 แต่ไม่เกิน 69 ปี



จบบริบูรณ์ 


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

77 Provincial Slogans in Thailand

กรุงเทพมหานคร
กรุงเทพดุจเทพส้ราง เมืองศูนย์กลางการปกครอง วัด วัง งามเรืองรอง เมืองหลวงของประเทศไทย

จังหวัดกาญจนบุรี
• แคว้นโบราณ ด่านเจดีย์ มณีเมืองกาญจน์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แหล่งแร่น้ำตก
• A province of ancient community, three pagodas pass, precious stones, River Kwae Bridge, Minerals and waterfall resources.

จังหวัดจันทบุรี• น้ำตกลือเลื่อง เมืองผลไม้ พริกไทยพันธุ์ดี อัญมณีมากเหลือ เสื่อจันทบูร สมบูรณ์ธรรมชาติ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รวมญาติกู้ชาติที่จันทบุรี
• Magnificent Waterfalls, Fruit City, Good Breeding Peppercorns Loads of Gems, Chanthabun Mat, Fertile Nature, Gathering Place of King Taksin the Great’s Liberation Army

จังหวัดฉะเชิงเทรา
• แม่น้ำบางปะกงแหล่งชีวิต พระศักดิ์สิทธิ์หลวงพ่อโสธร พระยาศรีสุนทรปราชญ์ภาษาไทย อ่างฤๅไนป่าสมบูรณ์
• The Bountiful Bang Pakong River,the Sacred Buddha Image of Luangpho Sothon, Phraya Si Sunthon the Scholar of Thai Language, and the Pristine Ang Rue Nai Forest


จังหวัดชลบุรี 
• ทะเลงาม ข้าวหลามอร่อย อ้อยหวาน จักสานดี ประเพณีวิ่งควาย
• Beautiful…

Grammar: conditionals

Conditionals คือประโยคเงื่อนไข มี 4 แบบหลักๆ คือ

1. Zero conditional         
2. First conditional
3. Second conditional    

4. Third conditional


1. Zero conditional  - เราจะใช้รูปแบบนี้ก็ต่อเมื่อเราต้องการจะพูดถึงความเป็นจริงทั่วไปที่เป็นจริงตลอดกาลไม่ว่าจะอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต 

โครงสร้างคือ If + present simple, present simple
ตัวอย่างเช่น

1. If you exercise every day, your health is strong. 
2. If you walk in the rain, you get wet. 
3. If you don't eat dinner, you get angry. 


2. First conditional - เราจะใช้รูปแบบนี้ก็ต่อเมื่อเราต้องการจะพูดถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตที่เป็นจริงได้ (future true situations) จากเงื่อนไขที่สามารถปฏิบัติให้เป็นจริงได้

โครงสร้างคือ If + present simple, will + infinitive 
ตัวอย่างเช่น

1. If you don't hit the books, you will get poor grades.
2. If the sky is clear, we will go out for a bite.

3. Second conditional - เราจะใช้รูปแบบนี้ก็ต่อเมื่อเราต้องการจะพูดถึงสถานการณ์ปัจจุบันหรืออนาคตที่ไม่จริง เป็นสถานการณ์สมมุติทั่วไป

โครงสร้างคือ If + past simple, would +…

Grammar: -ed & -ing Adjectives

ในภาษาอังกฤษเราจะเห็นว่าส่วนใหญ่คำคุณศัพท์นั้นอาศัยการสร้างคำโดยเติม Suffix ก็คือ -ed / -ing เข้าไปจากตัวฐานเดิมที่เป็นกริยา (verb) เช่น คำว่า Interest (กริยา) เมื่อทำเป็นรูปคุณศัพท์ก็เติม -ed หรือ -ing เข้าไป จึงกลายเป็น Interested และ Interesting 
คำคุณศัพท์ที่เติม -ed เข้าไป เลยเรียกได้ 2 แบบ คือ 
1) -ed Adjectives หรือ -ed Participles ก็ได้ เพราะมันเป็นส่วนเกี่ยวข้องกับคำกริยาเดิมเพียงแค่เติม -ed เข้าไป ทำให้กลายเป็นคำคุณศัพท์
2) ในทำนองเดียวกัน คำคุณศัพท์ที่เติม -ing เข้าไป ก็เรียกว่า -ing Adjectives หรือ -ing Participles  ก็ได้ เพราะมันเป็นส่วนเกี่ยวข้องกับคำกริยาเดิมเพียงแค่เติม -ing เข้าไป ทำให้กลายเป็นคำคุณศัพท์
ทั้งสองเหมือนกันในเรื่องของหน้าที่ คือ เป็นคำคุณศัพท์ แต่โดยความหมายต่างกันดังนี้
1. -ed Adjectives มีความหมายเป็น Passive (ประธานถูกกระทำ)   2. -ing Adjectives มีความหมายเป็น Active (ประธานกระทำสิ่งนั้น) 3. -ing /-ed participial phrases วลีที่เพิ่มเข้ามาเพื่อขยายคำนามที่อยู่ก่อนหน้า ซึ่งอยู่ในสามารถอยู่ในรูป -ing และ -ed ได้

เช่น All children playing football in the park live…