ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

Reporting & Reported Speech (Present & Past Simple)

   Photo: Google


วันนี้มาทำความรู้จักกับ Reporting Speech กับ Reported Speech 

Reporting speech นั้นบางตำราใช้คำว่า direct speech คือการบอกว่าบุคคลที่ 1 บอกอะไรกับเรา แล้วเราต้องการจะบอกคำพูดของบุคคลนั้นให้กับคนอื่นๆที่อยากรู้ หรือเราต้องการจะบอกว่าคนนั้นบอกอะไรกับเราให้กับคนอื่น โดยบอกคำพูดของบุคคลนั้นแบบที่เขาพูด โดยไม่เปลี่ยนคำพูดของบุคคลนั้น

ส่วน Reported speech นั้นบางตำราใช้คำว่า Indirect speech คือการบอกว่าบุคคลนั้นบอกอะไรกับเรา แต่เราจะไม่เอาคำพูดของบุคคลนั้นมาบอกให้กับคนอื่นๆแบบตรงๆ แต่เป็นการบอกในลักษณะอ้อมๆ คือผันกริยา ตรงกันข้ามกับ Reporting or direct speech

 ถ้างงก็ลองดูตัวอย่างด้านล่างนี้ครับ


Direct speech: 
"All workers like watching TV," he said. 
He said: "all workers like watching TV."
He said, 'all workers like watching TV.' 
'All workers like watching TV,' he said. 

นี้เป็นรูปแบบการเขียน สามารถเขียนได้ 4 แบบพื้นฐานตามความถนัด มากไปกว่านั้น พวก he/she/it/ they said ยังสามารถวางตรงกลางประโยคได้อีกด้วย (ลองไปทบทวนเรื่อง Punctuation Marks ด้วยนะครับจะได้เข้าใจมากขึ้น)

Indirect speech: 
He said (that) all workers liked watching TV. 
He told that all workers liked watching TV.

ข้อสังเกต
1) He said (that).... คำว่า that จะใส่ก็ได้ ไม่ใส่ก็ได้ ในภาษาไทยอาจจะแปลหยาบๆว่า เขาบอกว่า.... หรือ เขาพูดว่า ........ก็ได้ ดังประโยคด้านบน แปลว่า เขาบอกว่า คนงานทุกคนชอบดูทีวี  ใช้ในการบอกคนอื่นให้รู้ว่าคนนั้นพูดอะไรกับเรา

2) สังเกตว่าคำกริยา like จะผันเปลี่ยนไปเป็นอดีต ช่อง 2 คือเติม -ed แต่เนื่องจากคำว่า like ลงท้ายด้วยตัวสระคือ e อยู่แล้ว เราก็แค่ใส่ d เข้าไปตัวเดียวพอ จึงกลายเป็น Like+d = liked เป็นกริยาแบบ Irregular verb ซึ่งจะตรงกันข้ามกับ Regular verb 

3) ถ้าประโยคที่คนนั้นพูดอยู่ในรูปปัจจุบันธรรมดา ถ้าเราจะใช้ในรูปแบบ Reported speech เราต้องเปลี่ยนกริยาเป็นอดีตธรรมดาด้วย 

4) สามารถใช้ said หรือ told ก็ได้ ดูตัวอย่างด้านบนในส่วนของ Indirect speech ในภาษาอังกฤษเรียกคำพวกนี้ว่า State verbs หรือบางตำราเรียกว่า Action verbs 



ลองฝึกดูครับ

Direct speech: I love her so much.
Indirect speech: ________________________.

Direct speech: I am a student.
Indirect speech: ________________________.

Direct speech:___________________________.
Indirect speech: They said (that) they didn't like learning English.


Direct speech:___________________________.
Indirect speech: They said (that) they got good marks in all subjects.


อันนี้แค่ Present (Direct speech) & past simple (Indirect speech) นะครับ ยังมีอีกเยอะ แต่เอาอันนี้ให้แม่นก่อน 









โดยทวีศักดิ์ จันทร์ประดิษฐ
อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน นครปฐม


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

77 Provincial Slogans in Thailand

กรุงเทพมหานคร
กรุงเทพดุจเทพส้ราง เมืองศูนย์กลางการปกครอง วัด วัง งามเรืองรอง เมืองหลวงของประเทศไทย

จังหวัดกาญจนบุรี
• แคว้นโบราณ ด่านเจดีย์ มณีเมืองกาญจน์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แหล่งแร่น้ำตก
• A province of ancient community, three pagodas pass, precious stones, River Kwae Bridge, Minerals and waterfall resources.

จังหวัดจันทบุรี• น้ำตกลือเลื่อง เมืองผลไม้ พริกไทยพันธุ์ดี อัญมณีมากเหลือ เสื่อจันทบูร สมบูรณ์ธรรมชาติ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รวมญาติกู้ชาติที่จันทบุรี
• Magnificent Waterfalls, Fruit City, Good Breeding Peppercorns Loads of Gems, Chanthabun Mat, Fertile Nature, Gathering Place of King Taksin the Great’s Liberation Army

จังหวัดฉะเชิงเทรา
• แม่น้ำบางปะกงแหล่งชีวิต พระศักดิ์สิทธิ์หลวงพ่อโสธร พระยาศรีสุนทรปราชญ์ภาษาไทย อ่างฤๅไนป่าสมบูรณ์
• The Bountiful Bang Pakong River,the Sacred Buddha Image of Luangpho Sothon, Phraya Si Sunthon the Scholar of Thai Language, and the Pristine Ang Rue Nai Forest


จังหวัดชลบุรี 
• ทะเลงาม ข้าวหลามอร่อย อ้อยหวาน จักสานดี ประเพณีวิ่งควาย
• Beautiful…

Grammar: conditionals

Conditionals คือประโยคเงื่อนไข มี 4 แบบหลักๆ คือ

1. Zero conditional         
2. First conditional
3. Second conditional    

4. Third conditional


1. Zero conditional  - เราจะใช้รูปแบบนี้ก็ต่อเมื่อเราต้องการจะพูดถึงความเป็นจริงทั่วไปที่เป็นจริงตลอดกาลไม่ว่าจะอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต 

โครงสร้างคือ If + present simple, present simple
ตัวอย่างเช่น

1. If you exercise every day, your health is strong. 
2. If you walk in the rain, you get wet. 
3. If you don't eat dinner, you get angry. 


2. First conditional - เราจะใช้รูปแบบนี้ก็ต่อเมื่อเราต้องการจะพูดถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตที่เป็นจริงได้ (future true situations) จากเงื่อนไขที่สามารถปฏิบัติให้เป็นจริงได้

โครงสร้างคือ If + present simple, will + infinitive 
ตัวอย่างเช่น

1. If you don't hit the books, you will get poor grades.
2. If the sky is clear, we will go out for a bite.

3. Second conditional - เราจะใช้รูปแบบนี้ก็ต่อเมื่อเราต้องการจะพูดถึงสถานการณ์ปัจจุบันหรืออนาคตที่ไม่จริง เป็นสถานการณ์สมมุติทั่วไป

โครงสร้างคือ If + past simple, would +…

Grammar: -ed & -ing Adjectives

ในภาษาอังกฤษเราจะเห็นว่าส่วนใหญ่คำคุณศัพท์นั้นอาศัยการสร้างคำโดยเติม Suffix ก็คือ -ed / -ing เข้าไปจากตัวฐานเดิมที่เป็นกริยา (verb) เช่น คำว่า Interest (กริยา) เมื่อทำเป็นรูปคุณศัพท์ก็เติม -ed หรือ -ing เข้าไป จึงกลายเป็น Interested และ Interesting 
คำคุณศัพท์ที่เติม -ed เข้าไป เลยเรียกได้ 2 แบบ คือ 
1) -ed Adjectives หรือ -ed Participles ก็ได้ เพราะมันเป็นส่วนเกี่ยวข้องกับคำกริยาเดิมเพียงแค่เติม -ed เข้าไป ทำให้กลายเป็นคำคุณศัพท์
2) ในทำนองเดียวกัน คำคุณศัพท์ที่เติม -ing เข้าไป ก็เรียกว่า -ing Adjectives หรือ -ing Participles  ก็ได้ เพราะมันเป็นส่วนเกี่ยวข้องกับคำกริยาเดิมเพียงแค่เติม -ing เข้าไป ทำให้กลายเป็นคำคุณศัพท์
ทั้งสองเหมือนกันในเรื่องของหน้าที่ คือ เป็นคำคุณศัพท์ แต่โดยความหมายต่างกันดังนี้
1. -ed Adjectives มีความหมายเป็น Passive (ประธานถูกกระทำ)   2. -ing Adjectives มีความหมายเป็น Active (ประธานกระทำสิ่งนั้น) 3. -ing /-ed participial phrases วลีที่เพิ่มเข้ามาเพื่อขยายคำนามที่อยู่ก่อนหน้า ซึ่งอยู่ในสามารถอยู่ในรูป -ing และ -ed ได้

เช่น All children playing football in the park live…