ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

จงเป็นผู้เข้มแข็งที่แท้จริง (ป.อ.ปยุตโต)

จงเป็นผู้เข้มแข็งที่แท้จริง 
โดย พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตโต) 


สรุปโดยย่อดังนี้
To strengthen your life, you should consider the following.

1) เก่งจริง ต้องไปช่วยทำให้คนอื่น และโลกมีความสุข และยอดสุดคือ นำแสงสว่างมาให้คนอื่นและโลก (ปัญญา)
A real intellectual person is someone who can make others and the world happy and peaceful. The best thing is about bringing all people living in the world real wisdom, because the wisdom is the light of the world and the noblest need of all humans.

2) การฝึกฝน พัฒนาตนเองให้มีชีวิตที่ดีงามยิ่งขึ้น จนทำให้รู้เข้าใจความจริง แบบนี้แหละประเสริฐ ประเสริฐที่มาจากการฝึก และช่วยผู้อื่น พระพุทธเจ้าตรัสว่า ผู้ที่ฝึกตนแล้ว ประเสริฐที่สุด
Gradually training and developing oneself until it leads you to deeply understanding the reality of nature is the noblest advance of every human being. The Buddha said: "Those well-trained persons are the noblest."  

3) พระพุทธเจ้าตรัสรู้โดยอาศัยปัญญาสองระดับ
3.1 รู้ความจริงของธรรมชาติ
3.2 เอาความรู้ในความจริงมาใช้ได้
Before enlightenment, the Buddha relied heavily on his real wisdom as a result of (1) his deep understanding of the reality of nature and (2) his capability of adopting his wisdom, based on his deep understanding of nature, to advance his life.


4) เหตุปัจจัยพร้อมแล้ว มันจะเกิดเอง เหมือน เรามีเม็ดมะม่วง เรามีเม็ดมะม่วงอย่างเดียวจะเกิดต้นมะม่วงได้ไหม ไม่ได้ ต้องอาศัยปัจจัยอื่นๆด้วย เช่น ปุ๋ย น้ำ ดิน อากาศ และอื่นๆ จึงจะเกิดต้นมะม่วงขึ้นมา
A good cause with additional supportive factors brings you a good result. 

5) การคิดว่า ทำดี แล้วไม่ได้ดี คือการมองเหตุเดียวผลเดียว ต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆประกอบให้ครบด้วย
Thinking that doing good deeds never gets good deeds is sort of one-sided thinking.

6) การปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ คือความประมาท
Letting time pass by without learning anything new is considered a lack of awareness.

7) เวลาแต่ละวันอย่าให้ผ่านไปเปล่า ไม่มาก็น้อยต้องได้อะไรบ้าง
Don't let time run by. Learn something new daily, at least.

8)  จงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม ก็คือ ใช้เวลาอย่างไม่ประมาท (พุทธปัจฉิมโอวาท)
Use your remaining time with no carelessness, according to the last teaching of the Buddha.

9) ประสูติของพระองค์สอนให้รู้ว่า ต้องฝึกตน
The birth of the Buddha teaches us to realize that we should train and develop ourselves every day.



10) ตรัสรู้ของพระองค์สอนให้รู้ว่า ต้องมีปัญญา

The enlightenment of the Buddha teaches us to realize that the wisdom is the most important thing for all humans.



11) ปรินิพพานของพระองค์สอนให้รู้ว่า ต้องไม่ประมาท 

The passing of the Buddha teaches us to realize that we should live a balanced life with good awareness.






สรุปโดย: Beboy Manyou


แหล่งที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=F7p-2lQJDEU


ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

77 Provincial Slogans in Thailand

กรุงเทพมหานคร
กรุงเทพดุจเทพส้ราง เมืองศูนย์กลางการปกครอง วัด วัง งามเรืองรอง เมืองหลวงของประเทศไทย

จังหวัดกาญจนบุรี
• แคว้นโบราณ ด่านเจดีย์ มณีเมืองกาญจน์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แหล่งแร่น้ำตก
• A province of ancient community, three pagodas pass, precious stones, River Kwae Bridge, Minerals and waterfall resources.

จังหวัดจันทบุรี• น้ำตกลือเลื่อง เมืองผลไม้ พริกไทยพันธุ์ดี อัญมณีมากเหลือ เสื่อจันทบูร สมบูรณ์ธรรมชาติ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รวมญาติกู้ชาติที่จันทบุรี
• Magnificent Waterfalls, Fruit City, Good Breeding Peppercorns Loads of Gems, Chanthabun Mat, Fertile Nature, Gathering Place of King Taksin the Great’s Liberation Army

จังหวัดฉะเชิงเทรา
• แม่น้ำบางปะกงแหล่งชีวิต พระศักดิ์สิทธิ์หลวงพ่อโสธร พระยาศรีสุนทรปราชญ์ภาษาไทย อ่างฤๅไนป่าสมบูรณ์
• The Bountiful Bang Pakong River,the Sacred Buddha Image of Luangpho Sothon, Phraya Si Sunthon the Scholar of Thai Language, and the Pristine Ang Rue Nai Forest


จังหวัดชลบุรี 
• ทะเลงาม ข้าวหลามอร่อย อ้อยหวาน จักสานดี ประเพณีวิ่งควาย
• Beautiful…

Grammar: conditionals

Conditionals คือประโยคเงื่อนไข มี 4 แบบหลักๆ คือ

1. Zero conditional         
2. First conditional
3. Second conditional    

4. Third conditional


1. Zero conditional  - เราจะใช้รูปแบบนี้ก็ต่อเมื่อเราต้องการจะพูดถึงความเป็นจริงทั่วไปที่เป็นจริงตลอดกาลไม่ว่าจะอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต 

โครงสร้างคือ If + present simple, present simple
ตัวอย่างเช่น

1. If you exercise every day, your health is strong. 
2. If you walk in the rain, you get wet. 
3. If you don't eat dinner, you get angry. 


2. First conditional - เราจะใช้รูปแบบนี้ก็ต่อเมื่อเราต้องการจะพูดถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตที่เป็นจริงได้ (future true situations) จากเงื่อนไขที่สามารถปฏิบัติให้เป็นจริงได้

โครงสร้างคือ If + present simple, will + infinitive 
ตัวอย่างเช่น

1. If you don't hit the books, you will get poor grades.
2. If the sky is clear, we will go out for a bite.

3. Second conditional - เราจะใช้รูปแบบนี้ก็ต่อเมื่อเราต้องการจะพูดถึงสถานการณ์ปัจจุบันหรืออนาคตที่ไม่จริง เป็นสถานการณ์สมมุติทั่วไป

โครงสร้างคือ If + past simple, would +…

Grammar: -ed & -ing Adjectives

ในภาษาอังกฤษเราจะเห็นว่าส่วนใหญ่คำคุณศัพท์นั้นอาศัยการสร้างคำโดยเติม Suffix ก็คือ -ed / -ing เข้าไปจากตัวฐานเดิมที่เป็นกริยา (verb) เช่น คำว่า Interest (กริยา) เมื่อทำเป็นรูปคุณศัพท์ก็เติม -ed หรือ -ing เข้าไป จึงกลายเป็น Interested และ Interesting 
คำคุณศัพท์ที่เติม -ed เข้าไป เลยเรียกได้ 2 แบบ คือ 
1) -ed Adjectives หรือ -ed Participles ก็ได้ เพราะมันเป็นส่วนเกี่ยวข้องกับคำกริยาเดิมเพียงแค่เติม -ed เข้าไป ทำให้กลายเป็นคำคุณศัพท์
2) ในทำนองเดียวกัน คำคุณศัพท์ที่เติม -ing เข้าไป ก็เรียกว่า -ing Adjectives หรือ -ing Participles  ก็ได้ เพราะมันเป็นส่วนเกี่ยวข้องกับคำกริยาเดิมเพียงแค่เติม -ing เข้าไป ทำให้กลายเป็นคำคุณศัพท์
ทั้งสองเหมือนกันในเรื่องของหน้าที่ คือ เป็นคำคุณศัพท์ แต่โดยความหมายต่างกันดังนี้
1. -ed Adjectives มีความหมายเป็น Passive (ประธานถูกกระทำ)   2. -ing Adjectives มีความหมายเป็น Active (ประธานกระทำสิ่งนั้น) 3. -ing /-ed participial phrases วลีที่เพิ่มเข้ามาเพื่อขยายคำนามที่อยู่ก่อนหน้า ซึ่งอยู่ในสามารถอยู่ในรูป -ing และ -ed ได้

เช่น All children playing football in the park live…