ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

Comparison about beliefs after death between Buddhism and Christianity

                                                                              
                                                          AND


         
          Most of all religions believe in the teachings of each religion and almost all religions teach that a person's personality continues after death. Actually , many religions historians believe that this belief was the main reason that originally motivated people to create religions. However, Christianity and Buddhism conceive of life after death in very different forms as the follows:

Buddhism
          

           For Buddhism,The lord Buddha  teaches that humans are trapped in a repetitive cycle of birth, life, death and rebirth. Each successive rebirth may be into a better, a worse life, or a similar life, depending upon the person's actions (Karma) the sins and merits that have accumulated during their present and previous lives. One's goal is to escape from this cycle and reach Nirvana. Once this is attained, the mind experiences complete freedom, liberation and non-attachment. Suffering ends because desire and craving is the causes of suffering.

Christianity


        For Christianity, Christianity  has historically taught that everyone has only a single life on earth. After death, one's beliefs and/or actions are evaluated in the Final Judgment. An eternal life awaits everyone. Depending on the judgment, it will be either in heaven or hell. There is no suffering in heaven. Torture is eternal without any hope of cessation for the inhabitants of Hell. 
          All the religions have prophets of religion (founder) beliefs,  rituals, doctrine and ultimate goal.So people will have to follow the religion founder teaching such as Buddhism teach about morality and do a good things we are happy and free from suffering.


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

77 Provincial Slogans in Thailand

กรุงเทพมหานคร
กรุงเทพดุจเทพส้ราง เมืองศูนย์กลางการปกครอง วัด วัง งามเรืองรอง เมืองหลวงของประเทศไทย

จังหวัดกาญจนบุรี
• แคว้นโบราณ ด่านเจดีย์ มณีเมืองกาญจน์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แหล่งแร่น้ำตก
• A province of ancient community, three pagodas pass, precious stones, River Kwae Bridge, Minerals and waterfall resources.

จังหวัดจันทบุรี• น้ำตกลือเลื่อง เมืองผลไม้ พริกไทยพันธุ์ดี อัญมณีมากเหลือ เสื่อจันทบูร สมบูรณ์ธรรมชาติ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รวมญาติกู้ชาติที่จันทบุรี
• Magnificent Waterfalls, Fruit City, Good Breeding Peppercorns Loads of Gems, Chanthabun Mat, Fertile Nature, Gathering Place of King Taksin the Great’s Liberation Army

จังหวัดฉะเชิงเทรา
• แม่น้ำบางปะกงแหล่งชีวิต พระศักดิ์สิทธิ์หลวงพ่อโสธร พระยาศรีสุนทรปราชญ์ภาษาไทย อ่างฤๅไนป่าสมบูรณ์
• The Bountiful Bang Pakong River,the Sacred Buddha Image of Luangpho Sothon, Phraya Si Sunthon the Scholar of Thai Language, and the Pristine Ang Rue Nai Forest


จังหวัดชลบุรี 
• ทะเลงาม ข้าวหลามอร่อย อ้อยหวาน จักสานดี ประเพณีวิ่งควาย
• Beautiful…

Grammar: conditionals

Conditionals คือประโยคเงื่อนไข มี 4 แบบหลักๆ คือ

1. Zero conditional         
2. First conditional
3. Second conditional    

4. Third conditional


1. Zero conditional  - เราจะใช้รูปแบบนี้ก็ต่อเมื่อเราต้องการจะพูดถึงความเป็นจริงทั่วไปที่เป็นจริงตลอดกาลไม่ว่าจะอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต 

โครงสร้างคือ If + present simple, present simple
ตัวอย่างเช่น

1. If you exercise every day, your health is strong. 
2. If you walk in the rain, you get wet. 
3. If you don't eat dinner, you get angry. 


2. First conditional - เราจะใช้รูปแบบนี้ก็ต่อเมื่อเราต้องการจะพูดถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตที่เป็นจริงได้ (future true situations) จากเงื่อนไขที่สามารถปฏิบัติให้เป็นจริงได้

โครงสร้างคือ If + present simple, will + infinitive 
ตัวอย่างเช่น

1. If you don't hit the books, you will get poor grades.
2. If the sky is clear, we will go out for a bite.

3. Second conditional - เราจะใช้รูปแบบนี้ก็ต่อเมื่อเราต้องการจะพูดถึงสถานการณ์ปัจจุบันหรืออนาคตที่ไม่จริง เป็นสถานการณ์สมมุติทั่วไป

โครงสร้างคือ If + past simple, would +…

Grammar: -ed & -ing Adjectives

ในภาษาอังกฤษเราจะเห็นว่าส่วนใหญ่คำคุณศัพท์นั้นอาศัยการสร้างคำโดยเติม Suffix ก็คือ -ed / -ing เข้าไปจากตัวฐานเดิมที่เป็นกริยา (verb) เช่น คำว่า Interest (กริยา) เมื่อทำเป็นรูปคุณศัพท์ก็เติม -ed หรือ -ing เข้าไป จึงกลายเป็น Interested และ Interesting 
คำคุณศัพท์ที่เติม -ed เข้าไป เลยเรียกได้ 2 แบบ คือ 
1) -ed Adjectives หรือ -ed Participles ก็ได้ เพราะมันเป็นส่วนเกี่ยวข้องกับคำกริยาเดิมเพียงแค่เติม -ed เข้าไป ทำให้กลายเป็นคำคุณศัพท์
2) ในทำนองเดียวกัน คำคุณศัพท์ที่เติม -ing เข้าไป ก็เรียกว่า -ing Adjectives หรือ -ing Participles  ก็ได้ เพราะมันเป็นส่วนเกี่ยวข้องกับคำกริยาเดิมเพียงแค่เติม -ing เข้าไป ทำให้กลายเป็นคำคุณศัพท์
ทั้งสองเหมือนกันในเรื่องของหน้าที่ คือ เป็นคำคุณศัพท์ แต่โดยความหมายต่างกันดังนี้
1. -ed Adjectives มีความหมายเป็น Passive (ประธานถูกกระทำ)   2. -ing Adjectives มีความหมายเป็น Active (ประธานกระทำสิ่งนั้น) 3. -ing /-ed participial phrases วลีที่เพิ่มเข้ามาเพื่อขยายคำนามที่อยู่ก่อนหน้า ซึ่งอยู่ในสามารถอยู่ในรูป -ing และ -ed ได้

เช่น All children playing football in the park live…